คู่มือภาษีและค่าธรรมเนียมอสังหาริมทรัพย์ในการซื้อ-ขายคอนโดมิเนียมในประเทศไทย

เมื่อมีการซื้อหรือขายคอนโดมิเนียมในประเทศไทย จะมีภาษีและค่าธรรมเนียมหลายส่วนที่เกี่ยวข้อง ข้อมูลด้านล่างนี้คือภาพรวมของค่าใช้จ่ายหลักที่เกิดขึ้นในการทำธุรกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในกรุงเทพฯ และทั่วประเทศไทย

    1. ค่าธรรมเนียมการโอน (2% ของราคาประเมินทุนทรัพย์โดยกรมที่ดิน)
    2. อากรแสตมป์ (0.5% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยใช้ราคาส่วนที่สูงกว่า)
    3. ภาษีธุรกิจเฉพาะ (3.3% ของราคาซื้อขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ โดยใช้ราคาส่วนที่สูงกว่า)
      ・ภาษีนี้จะเรียกเก็บในกรณีที่มีการขายอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองเป็นระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี
      ・มีเงื่อนไขบางประการที่อาจทำให้ได้รับยกเว้นภาษีธุรกิจเฉพาะ หากมีการถือครองเกิน 1 ปีขึ้นไป
      ・หากต้องชำระภาษีธุรกิจเฉพาะ จะได้รับยกเว้นอากรแสตมป์ แต่หากไม่เข้าเกณฑ์ภาษีธุรกิจเฉพาะ จะต้องชำระอากรแสตมป์แทน
    4. ภาษีเงินได้หัก ณ ที่จ่าย (คำนวณจากราคาประเมินทุนทรัพย์และจำนวนปีที่ถือครอง โดยอัตราภาษีจะเพิ่มขึ้นตามระยะเวลาการถือครอง และจำกัดเพดานการนับสูงสุดที่ 10 ปี)

    สิ่งที่ควรทราบในการถือครองอสังหาริมทรัพย์ในนามนิติบุคคล

      • ในกรณีที่อสังหาริมทรัพย์ถือครองในนามบริษัท จะต้องเสียภาษีธุรกิจเฉพาะทุกกรณี โดยไม่มีเงื่อนไขด้านระยะเวลาการถือครอง

      • ภาษีของอสังหาริมทรัพย์ที่ถือครองโดยนิติบุคคล มักจะสูงกว่าการถือครองในนามบุคคลทั่วไป

      • ยอดภาษีไม่ขึ้นอยู่กับว่าผู้ซื้อจะเป็นบุคคลธรรมดาหรือนิติบุคคล

    หน้าที่และความรับผิดชอบในการชำระภาษี

    ในกรณีส่วนใหญ่:

    • ค่าธรรมเนียมการโอน (2%) แบ่งชำระคนละครึ่งระหว่างผู้ซื้อและผู้ขาย

    • โดยปกติ ภาษีส่วนอื่น ๆ จะเป็นหน้าที่ความรับผิดชอบของผู้ขาย

    ทั้งนี้ เงื่อนไขดังกล่าวสามารถปรับเปลี่ยนได้ตามการเจรจาตกลง และควรสรุปข้อกำหนดให้ชัดเจนก่อนการลงนามในสัญญา

    อสังหาริมทรัพย์แบบเช่าระยะยาว (Leasehold)

    • สำหรับการซื้อขายแบบสิทธิการเช่าระยะยาว (Leasehold) จะมีเพียงค่าธรรมเนียมการจดทะเบียนสิทธิการเช่าในอัตรา 1.1% โดยคำนวณจากราคาซื้อขายหรือราคาประเมินทุนทรัพย์ แล้วแต่ราคาใดจะสูงกว่า

    ภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (มีผลบังคับใช้ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2563)

    • สำหรับที่อยู่อาศัยที่เจ้าของพักอาศัยเองและมีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้าน ทรัพย์สินที่มีราคาประเมินไม่เกิน 50 ล้านบาทจะได้รับยกเว้นภาษี โดยอัตราภาษีจะอยู่ที่ร้อยละ 0.02% ถึง 0.05%.
      สำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการพาณิชย์ อัตราภาษีจะอยู่ที่ร้อยละ 0.3% ถึง 0.7%.
      หมายเหตุ: อัตราภาษีนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงตามนโยบายภาครัฐ